มีคำเปรียบเปรยที่น่าสนใจว่า “ซอฟต์แวร์ที่มีบั๊กเยอะก็มีข้อดีอยู่บ้างนะ … มันสร้างกำไรให้เราได้มากด้วยการเรียกเก็บค่าซัพพอร์ตรายปีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน”
หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ที่ดี? ลองคิดดูสิว่าถ้าเราผลิตทีวีที่คุณภาพสุดยอดใช้ไปยาวๆ 20 ปีก็ไม่พัง … แบบนี้กว่าจะมีลูกค้าเดิมกลับมาซื้อกับเราอีกครั้งก็คงอีกนานแสนนาน
รายได้ถูกจำกัดเพราะคุณภาพที่ดีเกินไปของสินค้า — แบบนี้ไม่เวิร์คมั้ง
ซอฟต์แวร์นี่ยิ่งได้เปรียบ ทีวีเสียส่งซ่อมร้านไหนก็ได้ แต่ถ้าซอฟต์แวร์เสีย? ไม่ต้องคิดจะส่งซ่อมที่อื่นเลย ขนาดเจ้าของที่สร้างมันขึ้นมาจะซ่อมได้มั้ยยังไม่รู้ด้วยซ้ำ นี่คืออำนาจต่อรองที่หนักแน่นมากสำหรับผู้สร้างที่มีต่อผู้ซื้อ
“ถ้าเธอไม่ซื้อซัพพอร์ตรายปีจากฉัน อะไรเสียหรือเจอปัญหาอะไรขึ้นมาฉันไม่รับโทรศัพท์จากเธอนะ”
ซอฟต์แวร์เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจทุกแห่งในทุกระดับ การไม่ซื้อซัพพอร์ตคือความเสี่ยงอย่างยิ่งยวดของผู้ใช้เพราะความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการใช้งานไม่ได้ของระบบนั้นอาจจะสูงกว่าเงินที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อการรับประกันมากนัก
หลายคนตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่ปีเดียวแต่ทุกปี … รายได้ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าผู้ผลิต
แบบนี้ก็มีแรงจูงใจให้เก็บบั๊กไว้ในซอฟต์แวร์มากขึ้นแล้วแบบนี้ก็มีเหตุผลที่ออกแบบซอฟต์แวร์ให้อิรังตุงนังจนยากต่อความเข้าใจแล้วแบบนี้ก็มีข้อแก้ตัวเมื่อเห็นซัพพอร์ตเคสค้างอยู่ในคิวเต็มไปหมดแล้ว
จริงมั้ย? 🤔
🦟🕷🐛🐜🐞